เรื่องเล่าของพ่อลูกระหว่างอึ
วันนี้ตั้งใจจะนอนเร็วๆหน่อย สักเที่ยงคืน แต่ยังนอนไม่หลับ มีเรื่องราวที่สำคัญ ที่ผมไม่สามารถจะนอนหลับลงได้ จนต้องลุกขึ้นมาพิมพ์ใส่เอาไว้ใน Blog ของตัวเอง ต้องเก็บสิ่งสำคัญในวันนี้เอาไว้ให้ได้ แม้ผมจะคิดว่า ผมจะไม่มีวันลืมมันไปก็ตาม
วันนี้ลูกผมไม่สบายเป็นหวัดน้ำมูกเขียวปี๋เลย จะว่าไป ก็เป็นเรื่องธรรมดาไปซะแล้ว เพราะน้องพีลูกสาวผมป่วยทุกเดือน เรียกได้ว่าทำประกันสุขภาพเอาไว้ ลูกใช้คุ้มที่สุด เรื่องราวของการคุยของพ่อลูกเกิดขึ้นเมื่อพ่อลูกนั่งดูการ์ตูนกับวิ่งเล่นกันอยู่ที่ชั้นล่าง น้องพีปวดอึ ผมต้องพาน้องพีไปอึที่ชั้นสอง ระหว่างที่เบ่งอึอยู่นั้น ผมกับลูกได้มีโอกาสคุยกันสองต่อสองแบบเปิดใจเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยปกติแล้ว ผมกับลูกมักจะหนักไปทางเล่นกันซะมากกว่า โอกาสที่จะพูดคุยแบบเป็นเรื่องเป็นราวน้อยมาก ลูกสาววัย 3 ขวบครึ่งของผม ชวนผมคุยตลอดเวลาที่เค้านั่งอึอยู่ ตั้งแต่เรื่องการ์ตูนทอมแอนด์เจอร์รี่ เรื่องเพื่อนที่โรงเรียน ยันเรื่องน้ำมูกที่ไหล เรื่องหมอฉีดยา รถติดที่ รพ.ยันฮี รถขยะไม่มาเก็บขยะ จะว่าไปเด็ก3ขวบครึ่งก็มีคำถามในชีวิตเยอะใช้ได้เลย แต่มีคำถามนึงที่ผมแปลกใจและไม่คิดว่าจะได้ยินจากลูกสาวผมในวัยนี้
หลังจากเบ่งอึออกมาหลายก้อนและชวนผมพูดคุยหลายนาที น้องพีถามผมขึ้นมาว่า “พ่อป๊อปขา ทำไมพ่อถึงชอบทำงานที่โต๊ะคอมอะ” ผมยืนนิ่งไปแป๊ปนึงแล้วก็บอกลูกไปว่า “พ่อรักและมีความสุขที่ได้ทำงาน เวลาทำงานแล้วรู้สึกมีความสุข ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ ทำไปได้เรื่อยๆ เวลาที่คนเราทำอะไรก็แล้วแต่ด้วยความรักและความสุข เรามักจะทำมันออกมาได้ดีเสมอ มีพลังตลอดเวลา แล้วก็ …..” ยังไม่ทันจะพูดจบน้องพีก็พูดมาอีกว่า “แล้วพ่อชอบเล่นกับหนูไหมคะ” ผมตอบโดยไม่ต้องคิดว่า “ชอบสิ หนูเป็นลูกของพ่อนี่นา พ่อชอบเล่นกับหนูมากที่สุดเลย” “แต่วันนั้นพ่อไม่เล่นกับหนู” ลูกสาวผมพูดสวนขึ้นมา วันนั้นของน้องพีน่าจะเป็นเมื่อวานนี้เอง ผมกำลังรันโปรแกรมตัวนึงอยู่ซึ่งต้องรออีกประมาณ 1 นาที แล้วรอกดปุ่ม ENTER เพื่อให้มันรันต่อไปได้ ระหว่างนั้นน้องพีมาดึงมือผมชวนผมไปเล่น แต่ผมบอกว่า “รอแป๊ปนึงนะ แป๊ปนึง แป๊ปนึง แป๊ปนึง แป๊ปนึง” ลูกสาวผมพยายามดึงมือผมไปเล่นด้วย แต่ผมขออีกแค่การคลิกเม้าส์ 1 ครั้ง ผมก็จะรันงานนี้ได้สำเร็จ และสามารถไปเล่นกับลูกได้ยาวๆ ผมดึงมือกลับ น้องพีก็เลยงอน ยืนคอตกอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเศร้าๆ ผมใช้เวลาในการกดเม้าส์เพื่อรันงานต่อไม่ถึง 1 วินาที และกลับไปวิ่งเล่นกับลูกต่อ น้องพีก็ร่าเริงเหมือนเดิมและเล่นกันอย่างสนุกสนาน
บางเรื่องที่เราคิดว่ามันไม่สำคัญ เล็กๆน้อยๆ แต่มันอาจจะสำคัญและฝังเข้าไปในใจของใครบางคนก็ได้ แม้ลูกสาวผมจะไม่ได้คิดอะไรกับคำถามนี้ นอกจากถามออกมาตามประสาเด็กที่พูดเก่งจำเก่ง แต่ผมอดที่จะคิดไม่ได้ว่า บางครั้งเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เรามองข้ามไป มันสำคัญสำหรับบางคนมาก เรื่องเล็กของเราแต่เป็นเรื่องใหญ่ของคนอื่นก็ได้ โดยเฉพาะกับเด็กในวัย 3ขวบครึ่ง ที่จำทุกอย่างได้ดีจนเหลือเชื่อ เรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาครอบครัวก็ได้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่เข้าใจกันระหว่างพ่อกับลูกสาวก็ได้ แต่ในบางครั้งผมก็คงต้องสอนให้ลูกรู้จักการอดทน การรอคอย เพื่อจะได้สิ่งที่ต้องการมาด้วย ทุกอย่างมักจะไม่ได้เป็นดั่งใจเรา ชีวิตมักจะเล่นตลกกับเราเสมอ แต่คงจะไม่ง่ายนักที่จะสอนแนวทางการใช้ชีวิตกับเด็ก 3ขวบครึ่ง แต่ก็คงจะไม่ยากเกินไปอีกเหมือนกัน
ระหว่างที่ผมพยายามอธิบายหรือแก้ตัวว่าทำไมเมื่อวานถึงไปเล่นกับเค้าทันทีไม่ได้ พร้อมทั้งพยายามจะสอดแทรกแง่คิด ประโยคเด็ดๆ ให้ทะลุไปถึงใจลูก ให้ลูกอึ้ง ทึ่งในตัวพ่อ น้องพีพูดแทรกขึ้นมาทันทีว่า “พ่อขา หนูอึเสร็จแล้ว” ผมก็เลยต้องล้างก้นลูก แล้วก็ลงมาดูการ์ตูนกับเค้าข้างล่างต่อเหมือนเดิม ^_^

